“ไอแซค อาซิมอฟ (Issac Asimov)”

It’s hero time: “ไอแซค อาซิมอฟ (Issac Asimov)”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องของหุ่นยนต์(Robot)และหุ่นเสมือนมนุษย์(Android)เรามักจะอ้างถึงกฎสามข้อของหุ่นยนต์ที่คิดขึ้นมาโดยนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียคนหนึ่งที่ชื่อ ไอแซค อาซิมอฟ

อาซิมอฟเป็นนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่จัดว่ายิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของโลก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในท็อปทรีของนักเขียนนิยายไซไฟชื่อดังทั้งเรื่องสั้นไซไฟ เรื่องสั้นแนวลี้ลับ เรื่องยาวที่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่คอหนังสือรู้จักกันดีที่ชื่อ ชุดสถาบันสถาปนา (Foundation) ซึ่งมีสเกลการเล่าเรื่องที่เป็นเรื่องราวในโลกอนาคต สงครามระหว่างดวงดาว พลังจิตจากผู้ที่กลายพันธุ์ (จากตัวละครที่ชื่อมโนมัย) การเมือง การหักหลังเพื่อชิงความเป็นใหญ่ การต่อสู้กันด้วยไวพริบความฉลาด การดิ้นรนเพื่อดำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ การล่มสลายของจักรวรรดิและทางออก รวมไปถึงการกล่าวถึง”วิชาอนาคตประวัติศาสตร์ (psycho-history)” และอีกอื่นๆมากมายที่ถูกเล่าผ่านนิยายเรื่องสถาบันสถาปนา

isaac-asimov



ถ้าจะพูดถึงผลงานของอาซิมอฟก็ต้องพูดถึงสถาบันสถาปนากับเรื่องสั้นหรือนิยายที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์…

อาซิมอฟพยายามเชื่อมโยงเนื้อหาในนิยายชุดสถาบันสถาปนากับนิยายในซีรี่ย์เรื่องของหุ่นยนต์ (I, Robot ข้าคือหุ่นยนต์, จักรวาลหุ่นยนต์) เข้าด้วยกัน บางครั้งเราอ่านแล้วอดทึ่งไม่ได้ว่าเขาผูกเรื่องเข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืนมากๆจนน่าทึ่งๆ ทั้งๆที่นิยายแต่ละเรื่องถูกเขียนในช่วง ปี ค.ศ. ที่แตกต่างกัน

นอกจากนิยายไซไฟแล้ว อาซิมอฟยังมีผลงานเป็นตำราวิชาการที่ใช้เรียน บทความทางวิทยาศาสตร์ที่นำเรื่องยากๆมาอธิบายให้เข้าใจง่าย มีอยู่เรื่องหนึ่งชื่อเรื่อง “ไอแซค อาซิมอฟ ถาม-ตอบเรื่องโลกและจักรวาล” ทางสนพ.สารคดี เคยนำมาแปลขายอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้หาซื้อตามร้านไม่ได้แล้ว (อาจจะต้องหามือสองแทนครับ ซึ่งหายากเข้าไปอีกเพราะงานของอาซิมอฟถูกยกขึ้นหิ้งให้เป็นงานที่นักอ่านนิยายไซไฟปะป้ายไว้ว่า MOST WANTED พอๆกับงานของสตีเฟน คิงก์ ราชานิยายสยองขวัญชื่อดัง ดังนั้นผู้ครอบครองน้อยคนหรือแทบไม่มีเลยที่จะปล่อยงานของอาซิมอฟขายเป็นมือสอง)

ผลงานของอาซิมอฟที่โดดเด่นที่สุด ที่ผมชอบมากที่สุดมีอยู่เรื่องหนึ่ง จะว่าไปชอบมากกว่าเรื่องสถาบันสถาปนาอีก นั่นคือเรื่อง The God Themselves ในชื่อภาษาไทยคือ “ข้าคือพระเจ้า” (สุเมธ เชาว์ชุติ เป็นผู้แปล) นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1972 ถึงแม้เวลาจะผ่านมานานแล้วแต่เนื้อหา ไอเดีย พล็อต หลักการทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องก็ยังเป็นสิ่งที่ล้ำสมัย น่าทึ่ง นิยายนี้คว้ารางวัลรางวัลเนบิวลา ค.ศ. 1973 และรางวัลฮิวโก ค.ศ. 1974 ถ้าอยากอ่านต้องคอยจ้องในตลาดหนังสือมือสอง เห็นบางคนปล่อยขายบ้างนานๆครั้ง

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมชอบคือ รวมเรื่องสั้นเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในหนังสือชื่อ I, Robot หรือ “ข้าคือหุ่นยนต์” (สนพ. provision) ซึ่งเป็นเรื่องสั้นที่อ่านสนุกมาก อาซิมอฟนำกฎสามข้อของหุ่นยนต์ที่เขาคิดขึ้นเองมาพลิกแพลง ยอกย้อนซ่อนความเล่นกับพล็อต สร้างเป็นโครงเรื่อง ไอเดียที่น่าทึ่ง เช่นเขียนเรื่องให้หุ่นยนต์ติดลูบ (loop) ทำอะไรวนไปวนมาเพราะมีการขัดแย้งกันระหว่างกฎทั้งสามข้อที่มันต้องยึดปฎิบัติตาม (อ้างถึงในเรื่อง Runaround เขียนในเดือนตุลาคม ปี ค.ศ. 1941 และได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1942 ลงในวารสาร Astounding Science Fiction เรื่องนี้หาโหลด pdf ต้นฉบับภาษาอังกฤษอ่านได้ฟรีครับ ส่วนภาษาไทยก็ต้องหนังสือมือสองอีกนั่นแหล่ะ)

ส่วนกฎสามข้อของหุ่นยนต์นั้น หลายท่านเคยได้ยินได้อ่าน
ข้อที่ 1 หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้
(A robot may not harm a human being, or, through inaction, allow a human being to come to harm.)
ข้อที่ 2 หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับจากผู้ที่เป็นมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อแรก
(A robot must obey the orders given to it by human beings, except where such orders would conflict with the First Law.)
ข้อที่ 3 หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะความมีตัวตนของตนไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นมิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อแรกหรือกฎข้อที่สอง
(A robot must protect its own existence, as long as such protection does not conflict with the First or Second Law.)

แน่นอนหุ่นยนต์ที่มนุษย์สร้างขึ้นในชีวิตจริงต้องยึดกฎทั้งสามข้อนี้โดยเลี่ยงไม่ได้!

อาซิมอฟ ยังมีสไตล์การเขียนที่แปลกอยู่อย่างหนึ่ง (เรื่องนี้ผมทราบจากการที่ได้อ่านบทความชิ้นหนึ่งที่อาซิมอฟให้สัมภาษณ์กับนิตยสารต่างประเทศ บทความชิ้นดังกล่าวถูกแปลเป็นภาษาไทยโดยสนพ.แห่งหนึ่ง เสียดายที่ผมทำหนังสือเล่มนั้นหายไปแล้ว) นั่นคือ อาซิมอฟจะลงมือเขียนงานเรื่องสั้น นิยาย บทความทางวิทยาศาสตร์ “จนจบร่างแรก” (first draft)และจะไม่มีการกลับไปอ่านทวนเพื่อแก้ไขงานอีกครั้ง!! เขาบอกว่า มันเสียเวลาที่จะกลับไปอ่านอีกครั้ง สู้เอาเวลาที่ใช้เพื่ออ่านทวนแก้ไข มาเขียนเรื่องใหม่ดีกว่า…

นั่นหมายความว่า ในการเขียนครั้งแรก อาซิมอฟต้องคิด วางประโยค เล่าเรื่องให้สมบูรณ์ในครั้งแรกเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่นักเขียนจะทำได้ ส่วนใหญ่จะต้องอ่านร่างแรกของตนเพื่อแก้ไข ปรับปรุงกันทั้งนั้น (แต่ถึงอย่างไร อาซิมอฟจะคุยโม้ว่าเขาไม่เคยแก้ไขงานที่เขียนเสร็จไปแล้ว ผมก็ยังเชื่อว่า บรรณาธิการที่พิจารณาเรื่องของอาซิมอฟ ก็ต้องนั่งอ่าน นั่งแก้ให้อยู่ดี… นี่มันผลักภาระลงไปที่ บก. ชัดๆ ฮ่าๆ ฉลาดเขาเลย)

รูปแบบงานเขียนนิยายหรือเรื่องสั้นของอาซิมอฟ จะใช้ประโยคสั้นๆ กระชับ เดินเรื่องด้วยบทสนทนา แทบจะไม่มีการพรรณาน้ำท่วมกระดาษให้เห็น (อาจจะเป็นเพราะเรื่องแนววิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องพรรณาอะไรมาก) จะว่าไปก็คล้ายกับงานเขียนของ ปู่ชาร์ลส์ บูคาวสกี้, เออเนส เฮมมิ่งเวย์และเจ้าสำนักพิมพ์ตำหนัก…ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์

อาซิมอฟเป็นมวยรุ่นใหญ่ในวงการนักเขียนนิยายไซไฟของโลก เขาเป็นหนึ่งในสามของนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ตลอดกาลอย่างที่ได้กล่าวไป (Big Three)อีกสองคนที่เหลือคือ โรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ และอาร์เทอร์ ซี. คลาร์ก

ปู่อาร์เทอร์ ซี. คลาร์ก (ท่านล่วงลับไปแล้วครับ) ผู้เขียนเรื่องนิยายแนวมนุษย์ต่างดาวทีชื่อชุด จอมจักรวาล Space Odyssey มีสี่เล่มจบ ถูกสร้างเป็นหนังสองภาคคือ 2001: A Space Odyssey (ฉายปี 1968) ในชื่อไทย “2001 จอมจักรวาล” และ 2010: Odyssey Two (ออกฉายปี 1982), ชื่อไทยคือ “2010 จอมจักรวาล”)

สำหรับ โรเบิร์ต เอ. ไฮน์ไลน์ (คนนี้ก็จากไปแล้วเช่นกัน) นั้นมีผลงานที่เรารู้จักกันดีคือเรื่อง Starship troopers (ได้รางวัล Hugo ด้วยครับ) ถูกนำไปสร้างเป็นหนังฮอลีวู้ดโดยที่เนื้อเรื่องออกแนวไซไฟเกี่ยวกับทางทหาร (งานของ ไฮน์ไลน์ จะมีกลิ่นเนื้อหาเกี่ยวทหารเจือปนแทบทุกเรื่อง)

อาซิมอฟมีผลงานหนังสือราวห้าร้อยกว่าเล่มและบทความอีกหลายร้อยชิ้น
เขาเป็นคนที่มีความจำแบบ photograph (ผมอ่านเจอจากวารสารอีกนั่นแหล่ะ) นั่นหมายความว่าเวลาอาซิมอฟอ่านหนังสือ ข้อความจะไหลผ่านทางดวงตาตรงเข้าสู่สมองใน”รูปแบบของรูปภาพ” ทำให้เขามีความจำเป็นเลิศ ศึกษาหรืออ่านอะไรเพียงครั้งเดียวก็จำได้ทันที ไม่แปลกที่ในสมองของเขาจะอัดแน่นไปด้วยข้อมูลดิบที่รอการประมวลผลบวกกับจินตนาการออกมาเป็นไอเดีย ความรู้ ความสนุกอันน่าทึ่งในงานเขียนอันหลากหลายของเขา

นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่นามอาซิมอฟเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1992 ขณะที่อายุ 72 ปี ด้วยสาเหตุคือหัวใจและไตล้มเหลว ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคเอดส์ เพราะอาซิมอฟได้รับเชื้อ HIV จากการถ่ายเลือดขณะผ่าตัดหัวใจ (heart bypass operation)ในตอนนั้นถูกปกปิดเป็นความลับ อาซิมอฟรู้ดีว่าเขาติดเชื้อเอดส์และได้เขียนเล่าเรื่องนี้ลงไปในหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ It’s been a good Life ของเขา ซึ่งมันถูกตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2002 ในสิบปีหลังจากการจากไปของเขา ซึ่งสาถารณชนได้รับรู้สาเหตุการตายของเขาจากหนังสือเล่มนี้นี่เอง

ขอคารวะแด่นักเขียนไซไฟผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลของโลก…ไอแซค อาซิมอฟ

แบทบรู๊ซ….เขียน
เครดิตรูป : อินเตอร์เน็ต
ข้อมูล : วิกิบางส่วน, เวปต่างประเทศ, ความทรงจำจากที่ได้เคยอ่านข้อมูลจากหนังสือ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s